← บทความทั้งหมด

EXECUTIVE SYNTHESIS / CFO / AI GOVERNANCE

บทสรุป: Judgment และ Human Oversight ในระบบบริหารความเสี่ยงและการควบคุม AI

เชื่อม Human Oversight, DOA, Risk และ Process Design เป็นภาพเดียว พร้อมกรณีสมมติของประมาณการบัญชีและงานจับคู่รับเงินปริมาณสูง

เมื่อใช้ AI ในงานการเงิน คำถามสำคัญคือผลนั้นใช้ตัดสินใจได้บนฐานอะไร ใครมีอำนาจรับผิดชอบ และจะพบความผิดพลาดได้ทันหรือไม่ คำตอบต้องมีทั้งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การควบคุมที่ทำงาน ดุลยพินิจที่มีเหตุผล และหลักฐาน ไม่ใช่เพียงชื่อเครื่องมือหรือลายมือชื่ออนุมัติ

บทสรุปนี้เชื่อมบทความทั้งสี่ของ DHISORA เป็นภาพเดียว ใช้เป็นหน้าเริ่มอ่านหรือทบทวนสำหรับ CFO ผู้บริหาร และผู้กำกับดูแล ตัวอย่างเป็นกรณีสมมติและข้อเสนอเพื่อออกแบบ ไม่ใช่กรณีลูกค้า แบบบังคับ หรือการรับรองว่าผู้สอบบัญชีจะพึ่งพาระบบได้

ชุดบทความ: เลือกอ่านตามคำถามของคุณ

  1. คนควรอยู่ตรงไหน? Judgment และ Human Oversight ในงานการเงิน: ออกแบบการควบคุมและหลักฐานเพื่อการสอบทาน
  2. ใครมีอำนาจตัดสิน? Judgment และ DOA: อำนาจอนุมัติและดุลยพินิจเมื่อใช้ AI ช่วยจัดทำ
  3. ความเสี่ยงใดต้องควบคุม? Judgment และ Risk: บริหารความเสี่ยงเมื่อ AI เป็นทั้งเครื่องมือและแหล่งความเสี่ยง
  4. ทำให้เกิดจริงทุกงวดอย่างไร? ออกแบบกระบวนการและระบบบริหารความเสี่ยง: ให้ Judgment และ AI Control เกิดขึ้นจริงทุกงวด

อ่านภาพรวมโดยแยกผู้รับผิดชอบออกจากผู้มีอำนาจ

ในชุดนี้ “ผู้รับผิดชอบหลักของกระบวนการ” มาจาก Process Owner หมายถึงบทบาทที่ดูแลผลลัพธ์ของงานตั้งแต่ต้นจนจบ ประสานผู้เกี่ยวข้องและติดตามปัญหาภายในอำนาจที่ได้รับ ไม่ใช่เจ้าของกิจการ ส่วนผู้รับผิดชอบระบบงาน ผู้รับผิดชอบความเสี่ยง ผู้รับผิดชอบการควบคุม ผู้สอบทานและผู้อนุมัติ ต้องกำหนดหน้าที่แยกกัน แม้บางบทบาทอาจเป็นคนเดียวกัน

DOA หรือ Delegation of Authority คือคู่มืออำนาจตัดสินและอนุมัติ RCM หรือ Risk and Control Matrix คือตารางเชื่อมความเสี่ยงกับการควบคุม ส่วน To-Be คือกระบวนการที่ออกแบบให้ใช้ต่อไป รายละเอียดบทบาทและคำที่ใช้ในการปฏิบัติอธิบายเพิ่มเติมใน Playbook ที่เชื่อมไว้ท้ายบทความ

สามองค์ประกอบที่ต้องทำงานร่วมกัน

Judgment คือการประเมินและตัดสินใจอย่างมีเหตุผลภายใต้ข้อมูลและข้อจำกัด Human Oversight คือการจัดบทบาท ข้อมูล เวลา และอำนาจให้คนกำกับได้จริง ส่วนการบริหารความเสี่ยงกำหนดวัตถุประสงค์ สิ่งที่อาจผิด วิธีตอบสนอง และความเสี่ยงคงเหลือ ทั้งสามเกี่ยวข้องตลอดกระบวนการ ไม่ได้จำกัดดุลยพินิจไว้เฉพาะจุดเสี่ยงสูงสุด

ในมุม DHISORA ความเสี่ยง → รูปแบบ Oversight → อำนาจและจุดควบคุม → การปฏิบัติและหลักฐาน → การทบทวน เป็นความสัมพันธ์ที่ควรเชื่อมกัน หลักฐานมีทั้งข้อมูลต้นทาง ผลตรวจ บันทึกการแก้ไข และเหตุผล ไม่ใช่เพียงหลักฐานที่คนลงนาม และหลักฐานก็อาจผิดหรือไม่ครบจึงต้องตรวจคุณภาพด้วย

เลือก Loop ตามความเสี่ยง ไม่ใช่ตามปริมาณงานอย่างเดียว

คำเหล่านี้ใช้เป็นภาษาสำหรับออกแบบในชุดบทความ ไม่ใช่ระดับมาตรฐานสากลที่มีความหมายเหมือนกันทุกกรอบ ต้องระบุหน้าที่และจังหวะการแทรกแซงจริง HIC เป็นชั้นกำกับที่ครอบรูปแบบอื่น ไม่ใช่ระดับอัตโนมัติลำดับที่สี่

รูปแบบลักษณะที่ต้องเกิดจริงขอบเขตที่ต้องเข้าใจ
Human-in-the-loop / HITLคนตรวจและตัดสินก่อนการดำเนินการที่กำหนดเหมาะกับจุดสำคัญเมื่อผู้ตรวจมีข้อมูล เวลา ความสามารถ และอำนาจพอ
Human-on-the-loop / HOTLระบบทำงานในขอบเขต คนเฝ้าระวังและแทรกแซงได้ทันการตรวจย้อนหลังทุกงวดอย่างเดียวไม่พิสูจน์ว่าหยุดความเสียหายทัน
Human-out-of-the-loop / HOOTLไม่มีคนร่วมตัดสินในรอบการทำงานที่ระบุยังต้องมีผู้รับผิดชอบระบบและกระบวนการ ขอบเขต การทดสอบ การติดตาม และการจัดการเหตุการณ์
Human-in-command / HICคนกำหนดเป้าหมาย นโยบาย อำนาจ และการหยุดหรือเปลี่ยนระบบฝ่ายบริหารและผู้กำกับดูแลรับผิดชอบตามบทบาท AI ไม่รับอำนาจแทนบุคคล

ฝังดุลยพินิจตลอดวงจรและเชื่อมบทความทั้งสี่

ตารางนี้เป็นการสังเคราะห์ของ DHISORA ขั้นงานอาจวนกลับและทำร่วมกันได้ ไม่ใช่ลำดับบังคับหรือวงจรทดแทนกรอบบริหารความเสี่ยงทั้งหมด COSO GenAI ปี 2026 นำกรอบการควบคุมเดิมมาประยุกต์กับการใช้ GenAI ไม่ใช่กฎหมายหรือใบรับรอง AI [1]

จุดตัดสินใจโครงสร้างที่ทำให้เกิดจริงอ่านรายละเอียด
เป้าหมายและขอบเขตความเสี่ยงผู้กำกับดูแลและฝ่ายบริหารกำหนดตามบทบาท พร้อมผู้ยอมรับความเสี่ยงบท 3: Risk
สิ่งที่อาจผิดและขนาดผลกระทบทะเบียน use case ความเสี่ยงร่วม และวงความเสียหายก่อนตรวจพบบท 3 และ 4
รูปแบบ Oversightพิจารณาผลกระทบ ความเร็ว การตรวจพบ การแก้กลับ และกำลังสอบทานบท 1: Human Oversight
อำนาจและการแบ่งแยกหน้าที่DOA เงื่อนไขอนุมัติ บทบาทและสิทธิ์ในระบบที่สอดคล้องกันบท 2: DOA
การปฏิบัติTo-Be, RCM, ข้อมูลที่ผู้ตัดสินต้องเห็น และหลักฐานในงวดจริงบท 4: Process Design
การติดตามและเปลี่ยนแปลงผู้รับผิดชอบหลักของกระบวนการประสานการแก้ไขและส่งเรื่องสำคัญตามอำนาจ ผู้กำกับดูแลสอบทานตามบทบาทบท 3 และ 4

ลดความเสี่ยงด้วยหลายกลไก และพูดถึงความเสี่ยงที่เหลือ

การไม่ใช้ AI ในกิจกรรมหนึ่งอาจตัดแหล่งความเสี่ยงเฉพาะออก แต่ความเสี่ยงจากคน ข้อมูลหรือวิธีสำรองยังอยู่ การป้องกัน ค้นพบ จำกัดวง และแก้ไขก็ลดความเสี่ยงได้เมื่อทำงานจริง ไม่ควรอ้างว่าความเสี่ยงรวมเป็นศูนย์ หรือว่าการพบข้อผิดพลาดทุกครั้งจะลดผลกระทบได้หากพบช้าเกินไป

การยอมรับความเสี่ยงคงเหลือเป็นการตัดสินใจที่ต้องมีขอบเขต ผู้มีอำนาจ และเหตุผล ไม่ใช่คำสั่งให้ลดข้อกำหนดบังคับ การลงนามแต่ละประเภทอาจหมายถึงจัดทำ สอบทาน หรืออนุมัติ จึงไม่ควรตีความว่าทุกลายมือชื่อคือการยอมรับความเสี่ยงทั้งหมดขององค์กร

กลไกการใช้ดุลยพินิจและการควบคุมข้อจำกัด
หลีกเลี่ยงหรือเปลี่ยนขอบเขตไม่ให้ระบบตัดสินหรือทำกิจกรรมที่ยังควบคุมไม่ได้ต้องประเมินความเสี่ยงของวิธีที่ใช้แทนด้วย
ป้องกันตรวจข้อมูลและอนุมัติก่อนขั้นที่มีผลสำคัญผู้อนุมัติอาจลำเอียงหรืออนุมัติโดยไม่ตรวจ
ค้นพบตรวจรายการและรูปแบบด้วยข้อมูลที่ยืนยันได้สัญญาณเตือนอาจพลาด ต้องมีการตอบสนองทัน
จำกัดวงกำหนดสิทธิ์ ขนาดชุด อัตราทำงาน และเกณฑ์หยุดรายการมูลค่าต่ำจำนวนมากอาจมีผลรวมสูง
แก้ไขและเรียนรู้กักรายการ หาสาเหตุ แก้ผลย้อนหลัง และทดสอบก่อนเริ่มใหม่แก้ prompt อย่างเดียวอาจไม่แก้ต้นเหตุของข้อมูลหรือสิทธิ์

กรณีสมมติที่ 1: ประมาณการ ECL ที่ใช้ดุลยพินิจสูง

สมมติบริษัทเตรียม IPO ใช้ TFRS ชุดเต็มและ TFRS 9 กับลูกหนี้ในกรณีนี้ AI รวบรวมข้อมูลและเสนออัตราผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ผู้มีอำนาจยังต้องประเมินวิธีและสมมติฐาน ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ข้อสรุปว่ากิจการขนาดกลางทุกแห่งต้องใช้ ECL แบบเดียวกัน

TFRS 9 ย่อหน้า 5.5.17–5.5.18 กำหนดให้การวัดสะท้อนผลลัพธ์ที่ถ่วงน้ำหนักตามความน่าจะเป็นและปราศจากอคติ มูลค่าเงินตามเวลา และข้อมูลที่สมเหตุสมผลและสนับสนุนได้เกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยไม่ต้องระบุทุกฉากทัศน์ [2] ตารางเป็นภาพการควบคุม ไม่ใช่คู่มือคำนวณ ECL ทั้งหมด

ช่วงการปฏิบัติที่เสนอหลักฐานและสิ่งที่ต้องระวัง
กำหนดขอบเขตAI ช่วยข้อมูลและทางเลือก คนตัดสินวิธีและสมมติฐานตาม DOAการให้ AI เสนอสมมติฐานต่างจากการให้ตัดสินและนำไปใช้เอง
ตรวจข้อมูลเทียบข้อมูลลูกหนี้กับบัญชีย่อยและบัญชีแยกประเภท ตรวจช่วงเวลาและกลุ่มยอดรวมตรงยังไม่พิสูจน์ว่าลูกหนี้แต่ละรายและการจัดกลุ่มถูกต้อง
พิจารณาอย่างเป็นอิสระCFO หรือผู้สอบทานสร้างความคาดหมายจากหลักฐานก่อนเห็นข้อเสนอ แล้วตรวจเหตุที่ต่างความคาดหมายของคนก็อาจผิด ต้องท้าทายทั้งสองด้าน
พบข้อจำกัดผลใช้เพียง 12 เดือนและตกข้อมูลผิดนัดเมื่อ 18 เดือนก่อนที่ยังเกี่ยวข้องประเมินความเกี่ยวข้องและข้อมูลอนาคต ไม่ถือว่าข้อมูลยาวขึ้นถูกกว่าเสมอ
ตัดสินและบันทึกทบทวนวิธี สมมติฐาน ความอ่อนไหวของผลต่อสมมติฐานและข้อจำกัด อนุมัติตามอำนาจเก็บทางเลือกสำคัญ เหตุผลและข้อโต้แย้ง ไม่ต้องเก็บทุกคำตอบ AI
ติดตามเทียบผลจริงในช่วงที่เหมาะสมกับประมาณการ และประเมินการเปลี่ยนแปลงผลต่างอาจมาจากความไม่แน่นอน ไม่ใช่ความผิดของโมเดลทุกครั้ง

กรณีสมมติที่ 2: จับคู่รับเงินปริมาณสูง

สมมติบริษัทรับเงินหลายพันรายการต่อเดือน เริ่มให้ AI เสนอการจับคู่กับใบแจ้งหนี้ และให้ระบบรับผลเฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ทดสอบและอนุมัติแล้ว สิทธิ์นี้ไม่ครอบคลุมการตัดหนี้สูญ การบันทึกปรับปรุง หรือการจ่ายเงิน เว้นแต่มีอำนาจและการควบคุมแยกที่เหมาะสม

ปริมาณสูงไม่ทำให้ความเสี่ยงอยู่ระดับกลางโดยอัตโนมัติ ต้องประเมินมูลค่ารวม ความผิดพลาดร่วม ความเร็วและเวลาที่ใช้หยุด กำหนดขอบเขตจากความเสี่ยงหลายด้าน ไม่ใช้ความมีสาระสำคัญทางบัญชีเป็นเกณฑ์เดียวสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล การทุจริต หรือข้อกำหนดบังคับ

ช่วงการปฏิบัติที่เสนอหลักฐานและสิ่งที่ต้องระวัง
ออกแบบและมอบอำนาจกำหนดตัวระบุลูกค้า เอกสาร จำนวนเงิน เกณฑ์ข้อยกเว้นและสิทธิ์การอนุมัติกฎไม่แทนการอนุมัติรายการที่ยังสงวนให้คน
ทดสอบใช้ผลที่ตรวจยืนยันได้ ทดสอบรายการซ้ำ ลูกค้าคนละรายแต่ยอดเท่ากัน และทางสำรองเดินคู่ขนานตามความเสี่ยงและเริ่มในขอบเขตจำกัด
เฝ้าระวังใช้ HOTL เมื่อมีผู้ติดตามสัญญาณและหยุดได้ภายในเวลาที่เหมาะสมยังตรวจข้อยกเว้นและตัวอย่างผลที่ผ่าน ไม่เฝ้าเฉพาะยอดรวม
เกิดเหตุหลังการเปลี่ยนแปลง ระบบเสนอจับคู่คนละลูกค้าที่มียอดเท่ากันผลตรวจระดับรายการยืนยันปัญหา; อัตราจับคู่สูงผิดปกติเป็นเพียงสัญญาณ
หยุดและกักหยุดรับผลอัตโนมัติ กักรายการตั้งแต่ช่วงที่อาจได้รับผลกระทบและใช้ทางสำรองกำหนดผู้สั่งหยุด ผู้สืบหาสาเหตุและผู้ตัดสินผลกระทบ
แก้ไขและเริ่มใหม่แก้รายการที่ยืนยันว่าผิด ทดสอบเกณฑ์ใหม่และอนุมัติการเปลี่ยนแปลงตรวจย้อนหลัง บันทึกเหตุการณ์ และกำหนดเงื่อนไขเริ่มใหม่

หลักฐานทำให้สอบทานได้ แต่ไม่รับประกันการพึ่งพา

ผู้บริหารใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินและดำเนินงาน ผู้กำกับดูแลใช้เพื่อกำกับและตั้งคำถาม ส่วนผู้สอบบัญชีประเมินหลักฐานตามวัตถุประสงค์และมาตรฐานของงาน การมีคน อำนาจ กรอบความเสี่ยง การควบคุม และเหตุผลครบ ช่วยให้ประเมินได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอที่รับประกันทุกฝ่ายจะพึ่งได้

TSA 330 กำหนดความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีในการตอบสนองต่อความเสี่ยง รวมถึงการทดสอบการควบคุมเมื่อเข้าเงื่อนไข [3] TSA 540 (ปรับปรุง) เกี่ยวข้องกับการตรวจประมาณการและการเปิดเผยข้อมูล [4] บันทึกของฝ่ายบริหารเป็นข้อมูลประกอบ ไม่แทนวิธีตรวจสอบที่ผู้สอบบัญชีต้องเลือก

หลักฐานที่มีประโยชน์จึงเชื่อมข้อมูลต้นทาง วิธี สมมติฐาน ทางเลือกสำคัญ ผลตรวจ สิ่งที่แก้ อำนาจ และเวอร์ชันที่เกี่ยวข้อง พร้อมสิทธิ์เข้าถึงและการเก็บรักษาที่เหมาะสม ไม่ใช่การเก็บทุก prompt หรือข้อความทั้งหมดโดยไม่มีวัตถุประสงค์ การอ้างกรอบไม่เท่ากับการพิสูจน์ประสิทธิผล

ความหมายต่อทิศทาง DHISORA

คุณค่าที่ DHISORA มุ่งสร้างคือช่วยผู้บริหารออกแบบและใช้ดุลยพินิจในกระบวนการการเงินที่มีความรับผิดชอบ เชื่อมบัญชี ความเสี่ยง อำนาจ การควบคุมและหลักฐาน โดยใช้ AI สนับสนุน ภาระความรับผิดชอบยังเป็นของผู้เกี่ยวข้องตามบทบาท และงานเทคนิค ความปลอดภัยหรือกฎหมายต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น

การควบคุมที่ได้ผลอาจช่วยให้องค์กรขยายการใช้ AI ในขอบเขตที่พิสูจน์ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องขยายทุกงานหรือเพิ่มขั้นอนุมัติทุกจุด ข้อเสนอควรให้คุณค่าต่อการตัดสินใจและผลการดำเนินงานจริง ไม่ตั้งราคาเพียงเพราะมี AI หรือมีผู้ลงนาม

นำภาพรวมไปใช้ต่อ: Playbook พร้อมแบบฟอร์มและเกณฑ์เริ่มใช้ หยุด และกลับมาใช้งาน

หารือ Judgment และจุดควบคุมในกระบวนการการเงิน

เผยแพร่ 10 ตุลาคม 2569 โดย DHISORA Advisory บทสังเคราะห์เพื่อการประเมินและออกแบบ ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย การรับรองระบบ หรือรายงานให้ความเชื่อมั่น ต้องพิจารณาประเภทกิจการ กรอบบัญชี งวดที่ใช้ และขอบเขตงานก่อนนำไปปฏิบัติ

ลองถามตัวเอง

  1. เรื่องใดต้องมีคนพิจารณาก่อนดำเนินการ และเรื่องใดเฝ้าระวังพร้อมหยุดได้ทัน?
  2. การจับคู่ การบันทึก การตัดหนี้หรือผลต่าง และการจ่ายเงิน มีอำนาจแยกกันชัดหรือไม่?
  3. หลักฐานแสดงว่าพิจารณาอะไร แก้สิ่งใด และเลือกเพราะเหตุใด หรือมีเพียงการอนุมัติ?
  4. ความผิดพลาดร่วมกันจะกระทบกี่รายการก่อนตรวจพบและจำกัดวงได้?
  5. ผู้ยอมรับความเสี่ยงคงเหลือมีอำนาจและข้อมูลพอ และเรื่องนั้นไม่ขัดข้อกำหนดบังคับหรือไม่?
แนวคิดสำหรับนำไปใช้

เลือกหนึ่งกระบวนการ ระบุความเสี่ยงและขอบเขตการใช้ AI วาง Oversight ให้ตอบสนองทัน เชื่อมกับ DOA และสิทธิ์ในระบบ ทดสอบก่อนใช้ เก็บหลักฐานระหว่างทำงาน และทบทวนจากผลจริง การลดความเสี่ยงต้องมีเหตุผลและผลการปฏิบัติรองรับ

← บทความทั้งหมด

DHISORA ADVISORY

ปัญหาธุรกิจครั้งต่อไป อาจต้องการระบบที่ดีกว่าเดิม

เริ่มจากสถานการณ์และคำถามที่ฝ่ายบริหารต้องตอบ

การวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์

หากท่านยินยอม DHISORA จะใช้ Google Analytics เพื่อวัดการเข้าชมและการเลื่อนอ่านหน้าเว็บ โดยไม่ส่งข้อความติดต่อหรือคำตอบแบบประเมิน ท่านปฏิเสธได้และยังใช้งานเว็บไซต์ได้ตามปกติ

เปลี่ยนหรือถอนความยินยอมได้ที่ “ตั้งค่า Analytics” ส่วนท้ายของทุกหน้า ตัวเลือกนี้เก็บไว้ในเบราว์เซอร์ไม่เกิน 180 วัน การถอนจะหยุดการเก็บข้อมูลครั้งต่อไป โดยไม่ลบข้อมูลที่ส่งไปก่อนหน้า หากต้องการขอลบข้อมูล โปรดติดต่อ DHISORA

รายละเอียดความเป็นส่วนตัว