← บทความทั้งหมด

AI GOVERNANCE / RISK MANAGEMENT / CFO

Judgment และ Risk: บริหารความเสี่ยงเมื่อ AI เป็นทั้งเครื่องมือและแหล่งความเสี่ยง

เชื่อมความเสี่ยงจาก AI ดุลยพินิจของคน Risk Appetite และการควบคุมในกระบวนการปิดบัญชี พร้อมหลักฐานและผู้รับผิดชอบ

การบริหารความเสี่ยงช่วยให้องค์กรตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนโดยเชื่อมกับเป้าหมาย ไม่ได้มีไว้ลดความเสี่ยงทุกชนิดให้เหลือน้อยที่สุด AI อาจช่วยให้เห็นข้อมูลและทางเลือกมากขึ้น แต่การใช้ AI ก็อาจเพิ่มความผิดพลาด การพึ่งพา และช่องว่างในการควบคุม

อีกด้านที่ต้องประเมินคือผลต่อดุลยพินิจของคน ผู้ตัดสินอาจเชื่อผลที่ดูสมบูรณ์ ยึดคำตอบแรก หรือข้ามการสอบทาน บทความที่สามในชุดนี้เชื่อม Human Oversight และ DOA เข้ากับการประเมินความเสี่ยง ตัวอย่างเป็นการวิเคราะห์ของ DHISORA ไม่ใช่กรณีลูกค้า ข้อกำหนดตายตัว หรือการรับรองระบบ

บทที่ 1: Human Oversight · บทที่ 2: Judgment และ DOA

ระบุความเสี่ยงให้ผู้อ่านเห็นเหตุการณ์และผู้รับผิดชอบ

Use case คือการใช้ AI ในกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์และขอบเขตเฉพาะ เช่น เสนอจับคู่รับเงินกับใบแจ้งหนี้ ส่วน Risk Register คือทะเบียนที่ระบุเหตุการณ์เสี่ยง สาเหตุ ผลกระทบ ผู้รับผิดชอบและแนวทางจัดการ การเขียนเพียงว่า “AI อาจผิด” ยังไม่ช่วยให้เลือกการควบคุมหรือผู้ตัดสินได้

ตัวอย่างที่ชัดขึ้นคือ เมื่อข้อมูลใบแจ้งหนี้ไม่ครบ ระบบอาจจับคู่เงินรับกับลูกค้าผิดราย ทำให้ยอดลูกหนี้และการติดตามหนี้คลาดเคลื่อน ผู้รับผิดชอบหลักของกระบวนการรับเงินต้องประสานการแก้ไข ขณะที่ผู้รับผิดชอบระบบดูแลเหตุที่เกี่ยวกับสิทธิ์หรือการตั้งค่า และผู้มีอำนาจอนุมัติรายการแก้ไขตาม DOA

Shadow AI หมายถึงการใช้เครื่องมือ AI ในงานจริงที่ยังอยู่นอกการรับรู้หรือการกำกับที่องค์กรกำหนด เช่น พนักงานนำเอกสารลูกค้าไปใช้กับเครื่องมือส่วนตัว การทำทะเบียนช่วยให้ประเมินและแก้ไขได้ แต่การบันทึกชื่อเครื่องมือไม่ได้ทำให้การใช้นั้นได้รับอนุมัติ

แยกการประเมินออกจากการยอมรับความเสี่ยง

คำถามว่าเหตุการณ์อาจเกิดบ่อยและรุนแรงเพียงใด ต่างจากคำถามว่าองค์กรยอมรับได้เพียงใด คะแนนใน Risk Register อาจอิงข้อมูล การคาดการณ์ และดุลยพินิจร่วมกัน จึงต้องระบุฐานข้อมูล ช่วงเวลา และความไม่แน่นอน ไม่ควรทำให้คะแนนดูแม่นยำกว่าหลักฐาน

Risk Appetite คือประเภทและระดับความเสี่ยงที่องค์กรเต็มใจรับเพื่อบรรลุเป้าหมาย ส่วน Risk Tolerance ใช้กำหนดขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ในการปฏิบัติ และ Risk Capacity สะท้อนความสามารถรองรับความเสี่ยง ต้องนิยามให้สอดคล้องกันในกรอบขององค์กร

ฝ่ายบริหารเสนอและแปลงกรอบเป็นเกณฑ์ปฏิบัติ คณะกรรมการหรือผู้กำกับที่เหมาะสมให้ทิศทางและกำกับตามบทบาท ไม่จำเป็นต้องส่งการยอมรับความเสี่ยงทุกเรื่องถึงคณะกรรมการ แต่ต้องมีอำนาจตาม DOA และเรื่องที่สงวนไว้ Risk Appetite ไม่ใช่อำนาจให้ฝ่าฝืนกฎหมาย มาตรฐาน หรือหน้าที่วิชาชีพ [1, 8]

มอง AI ผ่านความเสี่ยงสามด้าน

การแบ่งสามด้านนี้เป็นกรอบอธิบายของ DHISORA เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงถูกฝากไว้กับ IT เพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่หมวดบังคับจากมาตรฐาน

ด้านตัวอย่างสิ่งที่ต้องประเมิน
AI เป็นแหล่งความเสี่ยงข้อมูลตกหล่น คำตอบไม่มีหลักฐาน ข้อมูลรั่ว ผู้ให้บริการเปลี่ยนโมเดล หรือ Shadow AIข้อมูล สิทธิ์ ความเหมาะสมของผล และการพึ่งพาภายนอก
AI เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงคัดธุรกรรมผิดปกติ อ่านสัญญา ร่างสถานการณ์หรือรายงานความครบถ้วนของข้อมูล ข้อผิดพลาดที่ไม่ถูกชี้ และความทันเวลาของการเตือน
AI กระทบดุลยพินิจเชื่อผลเกินจริง ยึดคำตอบแรก หรือใช้ AI สนับสนุนข้อสรุปที่เลือกไว้แล้วหลักฐานที่เห็นจริง เหตุผล ทางเลือก และความสามารถท้าทายข้อเสนอ

Judgment Risk ต้องมีนิยามและหลักฐาน

ในบทความนี้ Judgment Risk หมายถึงความเสี่ยงที่การตัดสินใจสำคัญไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอ หรืออิงข้อมูลและสมมติฐานที่บิดเบือน องค์กรอาจบันทึกเป็นความเสี่ยงแยกหรือเชื่อมกับความเสี่ยงเดิม ไม่จำเป็นต้องสร้างหมวดใหม่ทุกกรณี แนวคิดนี้สอดคล้องบางส่วนกับความเสี่ยงปฏิสัมพันธ์คนกับ AI ที่ NIST กล่าวถึง แต่ไม่ใช่นิยามมาตรฐานเดียวกัน [4]

อัตราการเปลี่ยนหรือไม่รับผลระบบ (override rate) ใกล้ศูนย์ หรือไม่มีความเห็นแย้ง เป็นเพียงสัญญาณ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าดุลยพินิจไม่ได้ถูกใช้ ควรอ่านร่วมกับคุณภาพผลลัพธ์ ภาระงาน และหลักฐานการสอบทาน

ความเสี่ยงต่อการตัดสินใจแนวทางประยุกต์ของ DHISORA
ยึดคำตอบแรกในเรื่องสำคัญ อาจให้ผู้สอบทานตั้งสมมติฐานหรือช่วงคาดการณ์อย่างอิสระก่อนเห็นข้อเสนอ แล้วอธิบายความต่าง
เห็นเพียงบทสรุปกำหนดข้อมูลขั้นต่ำและเปิดดูหลักฐานต้นทาง รวมถึงข้อมูลที่ขัดกับข้อเสนอ
หาเหตุผลรองรับข้อสรุปที่ต้องการเก็บทางเลือกที่มีสาระสำคัญซึ่งพิจารณา เหตุผลที่รับหรือปฏิเสธ ไม่ต้องเก็บทุกคำตอบจาก AI
สอบทานแบบประทับตราใช้กรณีจำลองที่รู้ข้อผิดพลาด แยกจากงานจริงและได้รับอนุมัติ พร้อมประเมินภาระงานและการตรวจพบ

ประเมินวงความเสียหายและความผิดพลาดร่วมกัน

Risk Matrix โอกาสเกิดกับผลกระทบใช้ประเมินเหตุการณ์ที่กระทบหลายรายการได้ และความผิดพลาดจากมนุษย์ก็เกิดเป็นระบบได้เช่นกัน จุดที่ต้องเพิ่มสำหรับ AI คือความเร็ว จำนวนรายการที่เปิดรับความเสี่ยง การพึ่งข้อมูลหรือผู้ให้บริการร่วมกัน และเวลาจนตรวจพบและหยุดได้ ไม่ใช่ถือว่า AI จะผิดทุกรายการเสมอไป

ระบบจัดทำกับระบบตรวจอาจพลาดร่วมกันเมื่ออิงข้อมูลหรือสมมติฐานเดียวกัน การเพิ่ม AI อีกตัวจึงไม่รับประกันความเป็นอิสระ AI ยังช่วยเสนอความเสี่ยงใหม่และสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดได้ แต่ต้องทดสอบความสมเหตุสมผลและช่องว่างของข้อมูล

ตัวอย่างจำลอง: หากระบบดำเนินการ 200 รายการต่อชั่วโมง และใช้ 3 ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มเหตุจนตรวจพบและหยุด อาจมี 600 รายการผ่านระบบในช่วงนั้น ก่อนคำนึงถึงคิวและงานที่ส่งต่อ ตัวเลขนี้คือรายการที่อาจได้รับผล ไม่ใช่จำนวนรายการผิดหรือประมาณการขาดทุน ต้องประเมินผลกระทบและการพึ่งพาร่วมเพิ่มเติม

อาจจำกัดขนาดรอบงาน เปิดใช้ทีละส่วน ทดลองคู่ขนานหลังเปลี่ยนแปลงสำคัญ และเตรียมวิธีสำรองที่ทดสอบแล้ว การประเมินความเสี่ยงคงเหลือต้องมีหลักฐานว่าการควบคุมทำงาน ไม่ใช่ลดคะแนนเพราะมี SOP หรือปุ่มอนุมัติอยู่ในระบบ

แปลง Risk Appetite เป็นขอบเขตที่ปฏิบัติได้

เกณฑ์ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างนโยบาย ไม่ใช่ข้อบังคับให้ทุกองค์กรใช้เหมือนกัน ความมีสาระสำคัญทางบัญชีเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง ความลับ การทุจริต และการปฏิบัติตามกฎหมายอาจสำคัญแม้จำนวนเงินต่ำ

ประเด็นขอบเขตตัวอย่างหลักฐานและเกณฑ์ส่งต่อ
การดำเนินการเองอนุญาตเฉพาะงานที่ระบุ ไม่รวมการจ่ายเงินหรือเปลี่ยนสมมติฐานสำคัญโดยไม่มีอำนาจทะเบียนสิทธิ์ รายการนอกขอบเขต และคำสั่งพักงาน
ความเสี่ยงสะสมจำกัดวงเงินและจำนวนรายการต่อรอบตามผลกระทบที่รองรับได้ยอดสะสม การเตือนก่อนถึงเกณฑ์ และการหยุดเมื่อเกินขอบเขต
ข้อมูลลับและข้อมูลส่วนบุคคลใช้ข้อมูลกับเครื่องมือที่องค์กรอนุมัติ ภายใต้วัตถุประสงค์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องการจำแนกข้อมูล สิทธิ์ บันทึกการเข้าถึง และการตอบสนองเหตุการณ์
การพึ่งผู้ให้บริการงานสำคัญมีวิธีสำรองและผู้สั่งเปลี่ยนวิธีทำงานผลทดสอบแผนสำรองและระยะเวลากู้คืน
คุณภาพการสอบทานกำหนดความสามารถตรวจพบและความทันเวลาตามความเสี่ยงผลทดสอบที่เป็นตัวแทนและแผนแก้ไขเมื่อไม่ผ่าน

เชื่อม use case กับกระบวนการปิดบัญชี

อย่าเขียนเพียงว่า AI เสี่ยง ควรระบุเหตุ สิ่งที่อาจผิด ผลต่อเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และกิจกรรมควบคุม เชื่อมทะเบียนการใช้ AI (AI Use-case Register) → ทะเบียนความเสี่ยง (Risk Register) → ตารางความเสี่ยงและการควบคุม (Risk and Control Matrix: RCM) → คู่มืออำนาจอนุมัติ (DOA) → หลักฐานการสอบทาน โดยใช้รหัสอ้างอิงที่เชื่อมโยงกันและไม่ต้องสร้างทะเบียนซ้ำหากระบบเดิมรองรับ

use case / เหตุที่อาจผิดผลต่อรายงานหรือการดำเนินงานจุดควบคุมตัวอย่าง
รวบรวมข้อมูลไม่ครบหรือจัดรายการผิดงวดความครบถ้วนและการตัดยอดตามงวดบัญชีเทียบยอดและจำนวนรายการกับต้นทาง ตรวจรายการข้ามงวด
จับคู่รายการกระทบยอดผิดความถูกต้องของยอดและรายการคงค้างแยกการจับคู่จากการตัดผลต่าง ตรวจข้อยกเว้นและรายการที่ระบบปล่อยผ่าน
ประมาณการใช้สมมติฐานไม่เหมาะสมการแสดงมูลค่าและการเปิดเผยสอบทานข้อมูล วิธี สมมติฐาน ความอ่อนไหว และเหตุผลการเลือก
คำอธิบายความแปรปรวนไม่มีหลักฐานคุณภาพรายงานและการตัดสินใจแยกข้อเท็จจริงจากข้ออนุมาน ตรวจคำอธิบายกับหลักฐาน
โมเดลหรือ configuration เปลี่ยนผลลัพธ์และการควบคุมเดิมอาจไม่ใช้ได้ประเมินผลกระทบ ทดสอบซ้ำก่อนใช้ และเก็บข้อมูลรุ่นเครื่องมือและชุดข้อมูลที่นำเข้าและผลลัพธ์
ข้อมูลรั่วหรือเวลาสอบทานไม่พอความลับ ความเชื่อถือ และคุณภาพการควบคุมร่วมกำหนดสิทธิ์กับผู้ดูแลข้อมูล และวางภาระงานสอบทานใน Close Calendar

บทบาทความเสี่ยงและความเป็นอิสระ

กำหนดผู้รับผิดชอบความเสี่ยงตามผู้มีความรับผิดชอบและอำนาจจัดการ ไม่ใช่อัตโนมัติว่าเป็น IT หรือผู้ใช้ผล AI คนสุดท้าย ความเสี่ยงบัญชีควรมีฝ่ายการเงินรับผิดชอบร่วมกับบทบาทที่เกี่ยวข้อง ส่วนความปลอดภัยหรือการพึ่งผู้ให้บริการอาจมีผู้รับผิดชอบความเสี่ยงอีกบทบาท ต้องมีผู้ประสานเมื่อความเสี่ยงข้ามกระบวนการ

ตามแนวคิด Three Lines ฝ่ายบริหารรับผิดชอบการดำเนินงานและจัดการความเสี่ยง บทบาทสายที่สองสนับสนุนและท้าทายการประเมิน สายที่สามให้ความเชื่อมั่นและคำแนะนำอย่างเป็นอิสระ คณะกรรมการกำกับตามหน้าที่ กิจการเล็กอาจรวมบางบทบาท แต่ต้องระบุความขัดแย้งและมาตรการชดเชย ไม่ให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบการควบคุมแทนฝ่ายบริหารโดยอัตโนมัติ [7]

การให้คำแนะนำไม่เท่ากับรับผิดชอบการตัดสินใจ หากผู้ให้คำแนะนำจะให้ความเชื่อมั่นภายหลัง ต้องประเมินความเป็นอิสระและการสอบทานตนเองตามข้อกำหนดที่ใช้ ผู้สอบบัญชีพิจารณาภายในขอบเขตงาน ไม่ใช่รับรอง ERM หรือ AI ทั้งระบบ

กรอบอ้างอิงต้องแยกสถานะ

COSO ERM ช่วยเชื่อมความเสี่ยงกับกลยุทธ์ ส่วน COSO Internal Control และแนวทาง GenAI ช่วยออกแบบการควบคุม ไม่ใช่สิ่งเดียวกันและไม่ได้ทำให้การอ้างกรอบเท่ากับการควบคุมมีประสิทธิผล [1–2]

สำหรับประมาณการ TSA 540 (ปรับปรุง) ครอบคลุมความรับผิดชอบผู้สอบบัญชีและการพิจารณาข้อบ่งชี้ความลำเอียงของผู้บริหาร ไม่ได้กำหนดให้องค์กรเก็บคำตอบ AI ทุกทางเลือก ข้อเสนอเรื่องหลักฐานในบทความนี้เป็นการประยุกต์ของ DHISORA [10]

แหล่งสถานะและขอบเขต
NIST AI RMF / GenAI Profileกรอบสมัครใจและแนวทางประกอบ ไม่ใช่ใบรับรอง [3–4]
ISO 31000:2018 / ISO/IEC 23894:2023มาตรฐานประเภทแนวทางบริหารความเสี่ยง การอ้างชื่อไม่ใช่การรับรององค์กร [5–6]
SEC CG Code 2017หลักปฏิบัติด้านกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน เรื่องความเสี่ยงและการควบคุม ไม่ใช่ข้อกำหนด AI เฉพาะทุกธุรกิจ [8]
แนวนโยบาย ธปท.ใช้กับผู้ให้บริการทางการเงินตามขอบเขตที่ระบุ ไม่ใช่กฎทั่วไปของธุรกิจไทย [9]

อ่านภาพรวม: บทสรุป Judgment และ Human Oversight

บทที่ 4: ออกแบบกระบวนการและระบบควบคุม

หารือความเสี่ยงและจุดควบคุมในกระบวนการการเงิน

เผยแพร่ 10 ตุลาคม 2569 โดย DHISORA Advisory บทความเพื่อการประเมินและออกแบบเบื้องต้น ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย การรับรอง หรือการให้ความเชื่อมั่น การใช้งานจริงต้องตรวจข้อกำหนด ประเภทกิจการ และขอบเขตงาน รวมถึงใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ความปลอดภัย หรือกฎหมายเมื่อจำเป็น

ลองถามตัวเอง

  1. คะแนนความเสี่ยงมาจากข้อมูลใด สมมติฐานใด และส่วนใดยังไม่รู้?
  2. ถ้าข้อมูลหรือกฎผิดหนึ่งจุด จะกระทบกี่รายการและกี่กระบวนการก่อนหยุดได้?
  3. ผู้สอบทานเห็นหลักฐานที่ขัดกับข้อเสนอของ AI ด้วยหรือไม่?
  4. การลดความเสี่ยงที่รายงานมีผลทดสอบรองรับ หรือเป็นเพียงการคาดว่าการควบคุมจะได้ผล?
  5. เมื่อเกินขอบเขต ใครหยุดงาน ยอมรับความเสี่ยง หรือสั่งกลับไปใช้วิธีสำรองได้?
แนวคิดสำหรับนำไปใช้

เริ่มจากหนึ่ง use case ในงานการเงิน ระบุสิ่งที่อาจผิด ผลกระทบ ผู้รับผิดชอบ และหลักฐาน ประเมินวงความเสียหายก่อนตรวจพบ กำหนดเกณฑ์หยุดและส่งต่อ แล้วทดสอบทั้งเครื่องมือและกระบวนการสอบทานก่อนขยายการใช้

← บทความทั้งหมด

DHISORA ADVISORY

ปัญหาธุรกิจครั้งต่อไป อาจต้องการระบบที่ดีกว่าเดิม

เริ่มจากสถานการณ์และคำถามที่ฝ่ายบริหารต้องตอบ

การวิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์

หากท่านยินยอม DHISORA จะใช้ Google Analytics เพื่อวัดการเข้าชมและการเลื่อนอ่านหน้าเว็บ โดยไม่ส่งข้อความติดต่อหรือคำตอบแบบประเมิน ท่านปฏิเสธได้และยังใช้งานเว็บไซต์ได้ตามปกติ

เปลี่ยนหรือถอนความยินยอมได้ที่ “ตั้งค่า Analytics” ส่วนท้ายของทุกหน้า ตัวเลือกนี้เก็บไว้ในเบราว์เซอร์ไม่เกิน 180 วัน การถอนจะหยุดการเก็บข้อมูลครั้งต่อไป โดยไม่ลบข้อมูลที่ส่งไปก่อนหน้า หากต้องการขอลบข้อมูล โปรดติดต่อ DHISORA

รายละเอียดความเป็นส่วนตัว